ยาขับเลือดคนท้อง

ยาขับเลือดคนท้อง

การใช้ยาขับเลือดคนท้อง (Abortifacient) เป็นเรื่องที่มีความต้องระมัดระวังและถูกกฎหมายควบคุมในหลายประเทศ การใช้ยาเหล่านี้ต้องทำภายใต้ความปรึกษาและควบคุมของผู้ให้บริการทางการแพทย์หรือแพทย์นราธิการที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพของคนท้อง. ไม่ควรใช้ยาเหล่านี้โดยคนท้องเองหรือโดยคนที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ และควรปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นและระเบียบราชการที่เกี่ยวข้องในสถานที่ที่คุณอาศัย.

หากคุณหรือใครบางคนที่คุณรู้สงสัยหรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการยกเลิกการตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์หรือสถาบันทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการให้บริการเวชศาสตร์

ยาขับเลือดคนท้อง เป็นอย่างไร

การใช้ยาขับเลือดคนท้อง (Abortifacient) ต้องทำภายใต้ความควบคุมและคำแนะนำของแพทย์หรือผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดูแลสุขภาพของคนท้อง การใช้ยาเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและต้องปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นและระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง.

หากคุณหรือใครบางคนที่คุณรู้สงสัยหรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการยกเลิกการตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์หรือสถาบันทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการให้บริการเวชศาสตร์การแท้ง แพทย์จะประเมินสถานการณ์ของคนท้อง และถ้าจำเป็นจะพิจารณาการใช้ยาขับเลือดคนท้องอย่างประมาณ.

โดยทั่วไป, ยาขับเลือดคนท้องที่ใช้เพื่อยกเลิกการตั้งครรภ์มักแบ่งเป็นสองประเภทหลัก:

  1. Mifepristone (RU-486): ยา Mifepristone มักถูกใช้เป็นส่วนแรกของการแท้งแบบเฮเมมิโน (medication abortion) โดยทั่วไปคุณจะได้รับยา Mifepristone จากแพทย์ในรพ. หรือสถาบันการแพทย์ โดยนับวันที่คุณทานยานี้เป็นวันที่ 1 หลังจากนั้นคุณจะต้องกลับไปในรพ. หรือสถาบันการแพทย์อีกครั้งเพื่อรับยาตัวที่สอง ซึ่งเป็นยา Misoprostol ที่จะทำให้มดลูกตั้งครรภ์และถอนทิ้ง. ยา Mifepristone มักใช้ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ (ไม่เกิน 10 สัปดาห์).
  2. Misoprostol: ยา Misoprostol อาจถูกใช้คนเดียวหรือร่วมกับ Mifepristone เพื่อส่งเสริมกระบวนการแท้ง. ยา Misoprostol มักทำให้มดลูกตั้งครรภ์และถอนทิ้ง. ยานี้สามารถใช้ได้ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ (ไม่เกิน 10 สัปดาห์) หรือในระยะท้ายของการตั้งครรภ์ (แต่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับยา Mifepristone หรือมีความควบคุมและคำแนะนำจากแพทย์).

อย่างไรก็ตาม, การใช้ยาขับเลือดคนท้องเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและควรใช้ใต้ความคำแนะนำและควบคุมของแพทย์

7 วิธีทำแท้งที่นิยม

ในวันที่เราไม่พร้อม แต่การตั้งครรภ์ได้เกิดขึ้นแล้ว จะมีวิธีใดบ้างที่เราจะสามารถแก้ปัญหาในเรื่องของการตั้งครรภ์ไม่พร้อมนี้ได้ แล้วแต่ละมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ได้ผลดีมากน้อยแค่ไหน เรามาดูกันค่ะ

  • 1. กินยาสตรี/เหล้าขาว/ยาทัมใจ

สิ่งเหล่านี้คาดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกันดี เช่น

ยาสตรี ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้จักกันดีในนามยาสตรีเบนโล ยาสตรีเพ็ญพาค และอีกหลายๆยี่ห้อ ผู้หญิงหลายคนเคยทาน หรือทานเป็นประจำด้วยซ้ำ เนื่องจากยาสตรีมีสรรพคุณในการขับเลือดประจำเดือนในกรณีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ แต่…ยาสตรีไม่สามารถทำแท้งได้ เพราะสรรพคุณของสมุนไพรต่างๆในยาสตรีมีฤทธิ์ในการบำรุง และ ปรับสมดุลฮอร์โมนเท่านั้น เมื่อฮอร์โมนสมดุลดี ประจำเดือนจึงมาตามปกติ แต่ถ้าหากประจำเดือนไม่มาเพราะท้อง ยาสตรีไม่สามารถทำแท้งได้
เหล้าขาว มีความชื่อกันมาแต่โบราณว่าการกินเหล้าขาวจะทำให้แท้ง แต่ในความจริงนั้นไม่ใช่แต่เพียงเหล้าขาว แต่เหมารวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ และ ชา กาแฟ โกโก้ด้วย สาเหตุที่ที่หมอให้คนท้องงดของเหล่านี้เพราะ แอลกอฮอล์มีผลทำให้ทารกในครรภ์มีรูปร่างผิดปกติ อวัยวะเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ คาเฟอีนส่งผลทำให้ทารกสามารถดูดซึมแร่ธาตุ และสารอาหารได้น้อย โดยรวมเลยจึงเสี่ยงที่จะทำให้ทารกเกิดมาไม่สมบูรณ์นั่นเอง แต่ไม่สามารถทำให้แท้งได้

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น : 100 – 200 บาท

หาซื้อได้ : ตามร้านมินิมาร์ช ร้านขายยา หรือ ห้างสรรพสินค้าทั่วไป

  • 2. การใช้แรงบีบเค้นบริเวณท้องอย่างรุนแรง

เป็นวิธีการสมัยโบราณ คล้ายการทำคลอดโดยหมอตำแย ทั้งบีบ ทั้งเค้น ทั้งใช้แรงกระแทกที่หน้าท้อง เหมาะสำหรับอายุครรภ์เยอะๆ มดลูกจะมีขนาดโตพอที่สามารถใช้แรงกดถึงได้ จึงมีความเสี่ยงสูง เสี่ยงต่อมดลูกแตกได้

หรือบางคนอาจใช้วิธีทุบท้องตัวเอง ให้แฟนต่อยท้อง พยายามล้มหรือทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยมุ่งเน้นให้จุดที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเป็นบริเวณท้อง เช่น พยายามล้มเอาท้องลง พยายามตกบันได้ พยายามกระแทกของโต๊ะ หรือแม้แต่วิ่งไปให้รถชน วิธีเหล่านี้สามารถทำให้แท้งได้ แต่ก็เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินทั้งของตนเอง และผู้อื่น

  • 3. ใส่อุปกรณ์นำสารเข้าช่องคลอด

วิธีนี้มักใช้เพื่อชักนำการคลอดตามปกติในโรงพยาบาลในกรณีที่คนไข้มีการเจ็บท้องคลอดแต่ปากมดลูกไม่เปิด มดลูกยังบีบรัดตัวไม่ดีพอ โดยมีการใส่อุปกรณ์เข้าไปทางช่องคลอด และฉีดสารบางอย่างเข้าไป อาจจะเป็นน้ำเกลือ น้ำตาลกลูโคส หรือยาสำหรับชักนำการคลอดโดยเฉพาะ ก็จะทำให้ปากมดลูกเปิด และ มดลูกบีบรัดตัวได้ดีขึ้นจนนำไปสู่การคลอดได้สำเร็จ

แต่…เมื่อนำวิธีนี้มาประยุกต์ใช้กับการทำแท้งเถื่อน จากผู้ที่ไม่มีความรู้หรือไม่เชี่ยวชาญ มีการสอดสายยาง หรือ กระบอกเข็มฉีดยา เข้าไปในช่องคลอด แล้วฉีดสารบางอย่างเข้าไปเช่น น้ำ แอลกอฮอล์ หรืออะไรก็ไม่รู้อีกมากมายซึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาฉีดอะไรให้ นอกจากจะอันตราย และอาจจะไม่แท้งแล้ว อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะอุปกรณ์ไม่สะอาด หรือมีการทำรุนแรงกับอวัยวะ ทำให้ช่องคลอดฉีกขาด หรือปากมดลูกเป็นแผลได้ ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อตามมาในภายหลัง

  • 4.ฉีดน้ำเกลือเร่งคลอด

คือการแทงเส้นให้น้ำเกลือตามปกติเหมือนเวลาเข้าโรงพยาบาล แต่จะมีการให้ยาเร่งคลอดผสมไปในน้ำเกลือนั้น สามารถทำให้แท้งได้ เหมาะสำหรับอายุครรภ์เยอะๆ วิธีนี้ไม่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น : 15,000

สถานที่รับบริการ : โรงพยาบาล

  • 5. ขูดมดลูก

การขูดมดลูกเป็นวิธีการทำแท้งแบบเก่า ใช้เครื่องมือสอดเข้าไปทางช่องคลอดผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อขูดเอาเยื่อบุโพรงมดลูกหรือเนื้อเยื่อที่อยู่ในโพรงมดลูกออกมา ข้อดีคือ แท้งแน่นอน 100% ไม่มีตกค้าง ข้อเสียคือ ราคาสูง และหากรับการขูดมดลูกจากคลินิกทำแท้งเถื่อน เครื่องมีอาจไม่สะอาด ผู้ทำอาจไม่เชี่ยวชาญมากพอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ มดลูกทะลุ ส่งผลให้เกิดการตกเลือดเสียชีวิตได้

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น : 25,000 บาท

สถานที่รับบริการ : โรงพยาบาล

  •  6. ดูดสุญญากาศ

เป็นวิธีทำแท้งที่แพทย์นิยมใช้ในปัจจุบันเนื่องจากมีโอกาสมดลูกทะลุน้อยกว่าการขูดมดลูก คนไข้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการรักษาถูกกว่าวิธีขูดมดลูก

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น : 5,000 – 20,000 บาท ราคาตามอายุครรภ์

สถานที่รับบริการ : โรงพยาบาล

  • 7. ใช้ยาทำแท้ง

เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ปลอดภัยที่สุด สามารถทำเองได้ที่บ้านง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นคนทำให้ เหมาะสำหรับทุกช่วงอายุครรถ์ (4-24 สัปดาห์) และราคาถูก โดยยาที่ใช้จะประกอบไปด้วย ยาตัวหลักคือ ไมโซพรอสทอล (Misoprostol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ไซโตเทค (Cytotec) ยาตัวนี้มีคุณสมบัติในการทำให้มดลูกบีบตัวเพื่อเร่งคลอด สามารถนำไปใช้ด้วยวิธีการ เหน็บช่องคลอด อมใต้ลิ้น หรือทานกับน้ำ ก็ได้ ยาตัวรองคือ ไมเฟพริสโตน (Mifepristone) หรือที่รู้จักกันในนาม RU486 หรือ ยากินทำแท้ง หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าทาน RU486 อย่างเดียวแล้วจะแท้งได้ จริงๆแล้วไม่เป็นเช่นนั้น RU486 มีหน้าที่ในการบล็อกฮอร์โมนตั้งครรภ์เพื่อส่งสัญญาณให้รกลอกออกจากผนังมดลูกและช่วยเปิดปากมดลูก ดังนั้น ตัวหลักของการใช้ยาทำแท้งคือ ไมโซพรอสทอล หรือ ไซโตเทค ที่ทำหน้าที่บีบรัดมดลูกเพื่อเร่งคลอด ไมเฟพริสโตน หรือ RU486 มีหน้าที่เพียงทำให้การแท้งนั้นเกิดได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แนะนำให้ใช้คู่กันทั้ง 2 ตัวยาจะได้ผลดีที่สุด

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น : 1,500 บาท ราคาตามอายุครรภ์

หาซื้อได้ที่ : แอดไลน์ไอดี @cytotank 

เงิน กับ การทำแท้ง ปัญหาที่มากกว่าแค่การท้องไม่พร้อม

วันนี้จะมาในแนวสะท้อนปัญหาสังคมซักหน่อย เพราะถ้าเราได้มีโอกาสเปิดอกเปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมาแล้วเราจะเห็นว่าการทำแท้งไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นเพียงวิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุวิธีการหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นหัวข้อที่เราคุยกันในวันนี้จะโฟกัสไปที่ต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่ทำให้ผู้คนมากมายจะเลือกที่จะแก้ปัญหานั้นด้วยการทำแท้ง

        ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าวัตถุประสงค์ของบทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำแท้ง เพียงแต่เขียนขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจ เพื่อแสดงความเข้าใจ และเห็นใจ กับผู้ที่กำลังมีความคิดว่าต้องการที่จะทำแท้ง

สาเหตุหลักของการท้องไม่พร้อมมีดังนี้

1.ไม่พร้อมด้านปัจจัย 4 ที่พัก อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค

  1. หลายครอบครัวมีปัญหาในเรื่องของรายได้ แล้วรายได้ไปเกี่ยวอะไรกับปัจจัย 4 ล่ะ ประชากรส่วนมากในประเทศไทยยังคงเป็นผู้มีรายได้น้อย ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่พุงสูงขึ้นในทุกๆวัน ดังนั้นการจัดหาปัจจัย 4 ให้ดีพอ เหมาะสมกับการมีลูกนั่นถือเป็นเรื่องยากลำบาก เป็นการเพิ่มภาระ เมื่อการตั้งครรภ์ มีลูก จะเป็นการเพิ่มความลำบากให้ตนเองและครอบครัวมากขึ้น จึงเป็นชนวนนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการทำแท้ง
  2. 2. ความสัมพันธ์ในครอบครัว 
  3. หลายครอบครัวที่ความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภรรยา ไม่ได้เป็นไปด้วยดีนัก ดังนั้นเมื่อภรรยาทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเลือกที่จะทำแท้ง และส่วนมากมักเป็นการแอบทำ ไม่ให้สามีทราบ เพียงเพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ได้เป็นไปด้วยดี มีความกังวลว่าสามีจะทิ้งถ้าหากรู้ว่าตนเองท้อง หรือ มีความกังวลว่าสามีจะไม่สามารถทำหน้าที่พ่อที่ดีได้ 
  4. หลายครอบครัวมีปัญหาในเรื่องของรายได้ แล้วรายได้ไปเกี่ยวอะไรกับปัจจัย 4 ล่ะ ประชากรส่วนมากในประเทศไทยยังคงเป็นผู้มีรายได้น้อย ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่พุงสูงขึ้นในทุกๆวัน ดังนั้นการจัดหาปัจจัย 4 ให้ดีพอ เหมาะสมกับการมีลูกนั่นถือเป็นเรื่องยากลำบาก เป็นการเพิ่มภาระ เมื่อการตั้งครรภ์ มีลูก จะเป็นการเพิ่มความลำบากให้ตนเองและครอบครัวมากขึ้น จึงเป็นชนวนนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการทำแท้ง
  5. ความสัมพันธ์ในครอบครัว หลายครอบครัวที่ความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภรรยา ไม่ได้เป็นไปด้วยดีนัก ดังนั้นเมื่อภรรยาทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเลือกที่จะทำแท้ง และส่วนมากมักเป็นการแอบทำ ไม่ให้สามีทราบ เพียงเพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ได้เป็นไปด้วยดี มีความกังวลว่าสามีจะทิ้งถ้าหากรู้ว่าตนเองท้อง หรือ มีความกังวลว่าสามีจะไม่สามารถทำหน้าที่พ่อที่ดีได้ 
  6. 3. วัยของผู้ตั้งครรภ์ 
  7. ซึ่งในที่นี้ต้องบอกก่อนเลยว่า การท้องไม่พร้อมสามารถที่จะเป็นปัญหาได้ในทุกช่วง ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ตั้งครรภ์ที่อายุน้อยๆ หรือพูดง่ายๆก็คือ การท้องในวัยเรียนนั่นเอง ในผู้ตั้งครรภ์ที่อายุเยอะก็มีปัญหาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพ เพราะฉะนั้นจะขอข้ามเรื่องนี้ไป ส่วนการท้องในวัยเรียนถ้าเราต้องเปิดหัวข้อคุยกันในเรื่องนี้ว่าท้องในวัยเรียนแล้วจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการทำแท้งเสมอมั้ย ก็คงต้องตอบว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าจะไปต่อในเรื่องของที่ว่าสามารถที่จะเก็บลูกไว้ แล้วเรียนด้วย เลี้ยงลูกด้วยได้หรือไม่ อันนี้ก็อาจจะต้องไปตกลงกันในแต่ละครอบครัวกันต่อไป 
  8. 4. พลาด พลาดในที่นี้คือ การตั้งครรภ์จากการที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ได้ต้องการมีบุตรหรือลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว แต่ไม่ได้ป้องกัน หรือ เกิดความผิดพลาดจากการป้องกัน
  9. ไม่อยากมี สาเหตุนี้พบมากในยุคสมัยนี้โดยเฉพาะวัยทำงานที่มีความพร้อมทั้งทางด้านการเงิน การงาน มีครอบครัวที่ดี มีความรู้และความสามารถเพียงพอที่จะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เจริญเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความสุขได้ แต่พวกเขาเหล่านี้อาจจะมีมุมมองที่ต้องกรความสุขสงบเพียงส่วนตัว ไม่อยากมีเด็กอีกคนเพิ่มเข้ามาให้เป็นภาระต้องรับผิดชอบ จึงเลือกที่จะทำแท้งเพียงแค่เพราะว่าไม่อยากมี 
  10. 3 ใน 5 สาเหตุนี้ล้วนมีรากฐานของปัญหาที่แท้จริงมาจากเรื่องเงิน ซึ่งมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจ การสร้างรายได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการขาดการเข้าถึงความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เรื่องการเจริญพันธุ์ เพศศึกษา และการคุมกำเนิด อย่างในช่วงที่ผ่านมา เราน่าจะได้เห็นข่าวเกี่ยวกับครอบครัวที่ฐานะไม่ดี แต่ไม่มีการคุมกำเนิด มีลูกหลายคน หัวปี ท้ายปี และไม่สามารถที่จะดูแลลูกอย่างดีได้ ปล่อยให้ลูกอดบ้าง ไม่ได้อาบน้ำเป็นสิบวันบ้าง เราลองจินตนาการดูว่าถ้าเด็กๆเหล่านี้โตขึ้น เค้าจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างไร ซึ่งปัญหาเหล่าสามารถป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุได้ ถ้ามีความรู้ ความเข้าใจ มีความคิดวิเคราะห์ เกี่ยวกับสถานภาพทางการเงินของตัวเอง ของครอบครัว และการคุมกำเนิด
  11. วัยของผู้ตั้งครรภ์ ซึ่งในที่นี้ต้องบอกก่อนเลยว่า การท้องไม่พร้อมสามารถที่จะเป็นปัญหาได้ในทุกช่วง ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้ตั้งครรภ์ที่อายุน้อยๆ หรือพูดง่ายๆก็คือ การท้องในวัยเรียนนั่นเอง ในผู้ตั้งครรภ์ที่อายุเยอะก็มีปัญหาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพ เพราะฉะนั้นจะขอข้ามเรื่องนี้ไป ส่วนการท้องในวัยเรียนถ้าเราต้องเปิดหัวข้อคุยกันในเรื่องนี้ว่าท้องในวัยเรียนแล้วจำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยการทำแท้งเสมอมั้ย ก็คงต้องตอบว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าจะไปต่อในเรื่องของที่ว่าสามารถที่จะเก็บลูกไว้ แล้วเรียนด้วย เลี้ยงลูกด้วยได้หรือไม่ อันนี้ก็อาจจะต้องไปตกลงกันในแต่ละครอบครัวกันต่อไป 
  12. พลาด พลาดในที่นี้คือ การตั้งครรภ์จากการที่ต้องการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ได้ต้องการมีบุตรหรือลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว แต่ไม่ได้ป้องกัน หรือ เกิดความผิดพลาดจากการป้องกัน
  13. ไม่อยากมี สาเหตุนี้พบมากในยุคสมัยนี้โดยเฉพาะวัยทำงานที่มีความพร้อมทั้งทางด้านการเงิน การงาน มีครอบครัวที่ดี มีความรู้และความสามารถเพียงพอที่จะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เจริญเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความสุขได้ แต่พวกเขาเหล่านี้อาจจะมีมุมมองที่ต้องกรความสุขสงบเพียงส่วนตัว ไม่อยากมีเด็กอีกคนเพิ่มเข้ามาให้เป็นภาระต้องรับผิดชอบ จึงเลือกที่จะทำแท้งเพียงแค่เพราะว่าไม่อยากมี 

3 ใน 5 สาเหตุนี้ล้วนมีรากฐานของปัญหาที่แท้จริงมาจากเรื่องเงิน ซึ่งมาจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เศรษฐกิจ การสร้างรายได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการขาดการเข้าถึงความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เรื่องการเจริญพันธุ์ เพศศึกษา และการคุมกำเนิด อย่างในช่วงที่ผ่านมา เราน่าจะได้เห็นข่าวเกี่ยวกับครอบครัวที่ฐานะไม่ดี แต่ไม่มีการคุมกำเนิด มีลูกหลายคน หัวปี ท้ายปี และไม่สามารถที่จะดูแลลูกอย่างดีได้ ปล่อยให้ลูกอดบ้าง ไม่ได้อาบน้ำเป็นสิบวันบ้าง เราลองจินตนาการดูว่าถ้าเด็กๆเหล่านี้โตขึ้น เค้าจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างไร ซึ่งปัญหาเหล่าสามารถป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุได้ ถ้ามีความรู้ ความเข้าใจ มีความคิดวิเคราะห์ เกี่ยวกับสถานภาพทางการเงินของตัวเอง ของครอบครัว และการคุมกำเนิด

error: Content is protected !!