กินยาขับเลือดไม่ได้ผล อาจเกิดจากท้องนอกมดลูก

      โดยปกติแล้วคนเราเวลาตั้งครรภ์ก็จะตั้งครรภ์ในมดลูก แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิแล้วไปฝังอยู่ที่ท่อนำไข่ บางคนไปฝังในรังไข่เลยก็มี หรือบางคนก็ในช่องท้อง แต่กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือท้องในท่อนำไข่ การตั้งครรภ์นอกมดลูก เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ ส่วนมากเด็กโตไปได้ระยะหนึ่งก็มักจะเสียชีวิต 
          สาเหตุ ท้องนอกมดลูกมักพบบ่อยๆ ในคนที่มีประวัติเคยมีปีกมดลูกอักเสบ เคยทำแท้งบ่อยๆ การขูดมดลูกอาจจะมีการอักเสบติดเชื้อ ทำให้ท่อนำไข่หรือมดลูกไม่เรียบ ไข่เดินทางไปสู่มดลูกได้ช้า การฝังตัวเกิดได้ไม่ดี จึงเกิดฝังตัวนอกมดลูก
          การรักษา ส่วนมากต้องผ่าตัดเพื่อเอาการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติออก บางคนก็จำเป็นต้องตัดท่อนำไข่ทิ้ง หรือตัดรังไข่ทิ้ง แล้วแต่กรณี 
          การป้องกัน การป้องกันอันตรายจากภาวะนี้ได้ดีที่สุดก็คือ การฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพื่อหากพบภาวะนี้สามารถให้การรักษาได้ทันท่วงที ไม่เกิดอันตรายต่อคุณแม่ เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดท่อรังไข่ หรือรังไข่ฉีกขาดได้

ท้องนอกมดลูก สามารถใช้ยายุติการตั้งครรภ์ได้หรือไม่ แล้วทำไมใช้ยาขับเลือดแล้วถึงไม่ได้ผล?

สาเหตุที่การท้องนอกมดลูก ใช้ยาทำแท้งแล้วไม่ได้ผล เป็นเพราะ ยาทำแท้ง หรือยายุติการตั้งครรภ์สำหรับการตั้งครรภ์ปกติเท่านั้น ท้องนอกมดลูกไม่สามารถใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ได้ เพราะ ยาทำแท้ง หรือ ยายุติการตั้งครรภ์ สำหรับการตั้งครรภ์ปกตินั้นมีการทำงานกับฮอร์โมนและมดลูก แต่การท้องนอกมดลูกเป็นการตั้งครรภ์ที่ตัวอ่อนเกิดการฝังตัวที่บริเวณอื่นไม่ใช่มดลูก จึงไม่ได้รับผลและไม่สามารถใช้ยาทำแท้ง หรือ ยายุติการตั้งครรภ์แบบปกติได้นั่นเอง

แล้วท้องนอกมดลูกจะทำแท้งได้ด้วยวิธีไหน

วิธีการรักษาอาการท้องนอกมดลูกจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการที่พบ

  1. บริเวณที่เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกแตก (rupture)

– กรณีที่การตั้งครรภ์นอกมดลูกเกิดที่ท่อนำไข การรักษาด้วยการผ่าตัดเหมาะสมที่สุด การผ่าตัด คือการตัดท่อนำไข่ทิ้ง (salphingectomy) หรือในบางรายแพทย์อาจใช้วิธีเปิดเอาถุงการตั้งครรภ์ออกจากท่อนำไข่โดยไม่ตัด (salphingotomy/salphingostomy)

– ในบางตำแหน่ง เช่น ปากมดลลูก หรือ ตำแหน่งที่ไม่ใช่ท่อนำไข่ ก็จะมีวิธีการผ่าตัดแตกต่างกันออกไป

  1. บริเวณที่เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกยังไม่แตก (non-rupture)

มีการรักษาได้ 2 แบบ คือ

– ผ่าตัด เป็นการรักษาแบบเดียวกับรายที่แตก เป็นการรักษาหลัก

– ให้ยา Methotrexate (เมโธเทรกเซท) หรือ MTX

หากคุณไม่ใช่กรณีท้องนอกมดลูก ต้องการยาขับเลือด เรายินดีให้คำปรึกษา

เพิ่มเพื่อน

ทำแท้งถูกกฏหมายในทางปฏิบัติ ทำได้แค่ไหนกัน

ยินดีด้วย! ในที่สุดเราก็ได้มีกฎหมายที่ประกันสิทธิของประชาชนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 เรื่องสักที อีกครั้งหนึ่งที่ประเทศไทยได้ก้าวข้ามขีดจำกัดอีกก้าวหนึ่งแล้ว เรามีกฎหมายที่พ้นจากกรอบความควบคุมความคิดทางศาสนา จารีต และประเพณี มีพัฒนาการมาสู่กฎหมายเทคนิคเฉพาะ เพื่อสิทธิมนุษยชน และความเป็นไปของมนุษย์

แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถช่วยให้ผู้หญิง 1 คนที่ท้องไม่พร้อมยุติการตั้งครรภ์ได้จริงหรือ? มาดูกันว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่ง จะเดินเข้าไปรับการยุติการตั้งครรภ์จากภาครัฐนั้นต้องเจอกับอะไรบ้าง มาดูเงื่อนไขก่อนเข้ารับการรักษาตามประกาศสธ.

  1. พบปัญหาสุขภาพทางกาย/จิตใจ
  2. เสี่ยงคลอดทารกที่มีความผิดปกติถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง
  3. ตั้งครรภ์หลังจากเกี่ยวพันกับการกระทำความผิดทางอาญาเกี่ยวกับเพศ
  4. อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์
  5. อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์หลังได้รับคำปรึกษาตามกฎหมาย

ทั้งนี้กรณี 1-3 หญิงสามารถทำแท้งได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุครรภ์

เมื่อดูจากเงื่อนไขตามกฏหมายใหม่แล้ว ดูเป็นเรื่องง่ายและราบรื่นมากหากผู้หญิงรับเข้าการรักษาในโรงพยาบาล แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนหละ? คุณสามารถเดินเข้าไปหาหมอแล้วยืนยันว่าต้องการยุติการตั้งครรภ์ได้เลยมั้ย แต่ในความเป็นจริงแล้วจะมีกี่โรงพยาบาลที่รอบรับกับกฎหมายใหม่พวกนี้ กทม.จาก110 โรงพยาบาลกลับมีเพียง 5 โรงพยาบาลเท่านั้นที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ ไม่ต้องพูกถึงต่างจังหวัดที่ผู้หญิงเหล่านั้นต้องเดินทางข้ามจังหวัดหลายๆจังหวัด ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อเข้ารับการรักษา

แล้วทำไมทุกโรงพยาบาลถึงไม่ให้การรักษาในเมื่อเรามีกฎหมายทำแท้งใหม่แล้ว?

การทำแท้งในไทยตอนนี้นั้นยังใช้วิธีทางหัตถการอยู่ พูดง่ายๆก็คือใช้หมอนี่แหละขูดมดลูกให้ และไม่ใช่หมอสูติทุกคนที่ยินดีที่จะทำแท้งให้คุณ ในเมื่อหมอก็เป็นคนมีความรู้สึกผิดบาปเช่นเดียวกับปุถุชนทั่วไป จะทำอย่างไรเมื่อสำนึกของหมอส่วนใหญ่นั้นหมอคือผู้ช่วยชีวิตไม่ใช่ผู้ทำลายชีวิต ถึงกฎหมายจะกำหนดไว้แบบแบบนั้นเราสามารถบังคับหมอให้ทำแท้งได้หรือไม่?

ปัญหาอีกข้อคือหญิงที่อายุครรภ์ 12-20 สัปดาห์ต้องได้รับคำปรึกษาก่อน หมายความว่าคุณอาจจะต้องเจอกับเจ้าหน้าที่อีกหลายๆฝ่ายก่อนได้รับการรักษา ซึ่งกล้าพูดได้เต็มปากว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะกล้าเล่าเรื่องแบบนี้ให้ใครฟัง ยังไม่รวมหญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่ต้องมีผู้ปกครองให้การยินยอมอีกด้วย มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง

ยังไม่รวมปัญหายิบย่อยเช่น ยกตัวอย่างการเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลลแห่งหนึ่ง ต้องผ่านผู้ให้คำปรึกษาด่านแรกที่จะจองคิวนัดหมายให้คุณ คงจะดีถ้าเขาไม่ได้ทำเพื่อเก็บค่าหัวคิว คุณอาจจะเสียเงินน้อยกว่าหากคุณเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยตรงโดยไม่ผ่านพวกเขาเหล่านั้น

สุดท้ายนี่ยินดีอีกครั้งกับกฎหมายทำแท้งใหม่

เพราะไม่ควรมีมนุษย์คนไหนต้องเกิดขึ้นมาใช้ชีวิตบนโลกโดยที่ปราศจากความพร้อมในการเลี้ยงดูของพ่อแม่ หรือเกิดขึ้นมาในสังคมที่ไม่แน่นอนเช่นในปัจจุบัน ยุติการตั้งครรภ์โดยความสมัครใจ ปลอดภัย และได้รับการดูแลที่ดีภายใต้ความควบคุมของแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถ ลดความเสี่ยงจากอันตรายจากการทำแท้งเถื่อน และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตเพราะตกเลือดมากในผู้ยุติการตั้งครรภ์อย่างไม่ถูกสุขลักษณะ

หรือหากคุณไม่ต้องการเข้ารับการรักษาทางหัตถการ สามารถปรึกษาเพื่อรับยาไปทำเองที่บ้านได้

เพิ่มเพื่อน

เหตุใดจึงยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ตัดสินใจทำแท้ง!!! 

สาเหตุหลักในการทำแท้งของผู้หญิงในสมัยก่อนนั้นมักจะเป็นสาเหตุมาจากการถูกข่มขืน แต่หากพูดถึงการข่มขืนหลายคนคงนึกภาพหญิงสาวถูกฉุดกระชากไปยังที่เปลี่ยวข้างทาง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้น อ้างอิงจากพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 คำว่า “ข่มขืน” เป็นคำกริยา หมายถึง บังคับ, ขืนใจ, ขู่เข็ญ. ส่วนคำว่า “ข่มขืนกระทำชำเรา” เป็นคำนาม หมายถึง เป็นฐานความผิดอาญา ที่ผู้กระทำ ชำเราบุคคลอื่น ไม่ว่าผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำจะเป็นชายหรือหญิง และจะเป็นคู่สมรสของตนหรือไม่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยา หรือ คนอื่น หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้เต็มใจนับเป็นการข่มขืนทั้งสิ้น เช่นนั้นแล้ว เมื่อเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ หรือ ความต้องการที่ตรงกันทั้งสองฝ่าย เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ทารกในครรภ์ หรือ ลูกในท้อง ย่อมไม่เป็นที่ต้องการของคนเป็นพ่อและแม่เป็นที่แน่นอน นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่นำมาสู่การตัดสินใจทำแท้งในอดีต

แม้ในปัจจุบันการทำแท้งอาจจะยังมีสาเหตุมาจากการถูกข่มขืน จากสถิติที่เปิดเผยโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประเทศไทยมีสถิติความรุนแรงต่อผู้หญิงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก พบผู้หญิงถูกละเมิดทางเพศ ถูกกระทำความรุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่น้อยกว่า 7 คน/วัน และมีสถิติผู้หญิงที่เข้ารับการบำบัดรักษา แจ้งความร้องทุกข์ประมาณปีละ 30,000 คน ขณะที่รายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) พบกว่าร้อยละ 87 ของคดีการถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่เคยถูกรายงาน และจากการสำรวจสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง และบุคคลในครอบครัวของไทยระดับประเทศ พบความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.6 ในปี 2560 เป็นร้อยละ 42.2 ในปี 2563 โดยความรุนแรงทางเพศคิดเป็นร้อยละ 4.5

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยในด้านสภาพเศรฐกิจ สังคม และอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผู้คนเริ่มให้ความสนใจในเรื่องของความพร้อมด้านการเลี้ยงดู ค่าใช้จ่าย และคุณภาพชีวิตทั้งด้านการศึกษา และการเจริญเติบโตของลูก สภาพแวดล้อมของสังคมและครอบครัวที่ดี เช่นในครอบครัวที่แต่งงานแล้วแม้ว่าการตั้งครรภ์ มีบุตร จะไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย หรือบางครอบครัวมีบุตรอยู่แล้ว แต่ด้วยสภาพเศรฐกิจที่ถดถอย รายได้อาจจะลดลง บางครอบครัวตกงาน ประกอบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ลำพังแค่ประคองกันเองยังลำบาก หากมีลูกเพิ่มมา 1 คนอีกคงไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน จึงเป็นเหตุที่ทำให้ครอบครัวที่เหมือนจะพร้อมก็ยังคงเลือกที่จะทำแท้ง

อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของอายุ เนื่องจากสภาพสังคมในปัจจุบันผู้หญิงมีความเท่าเทียมกับผู้ชายมากขึ้นทั้งทางด้านการศึกษา หน้าที่การงาน  ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว  เพราะฉะนั้นแล้วในอายุแต่ละช่วงวัย ก็มักจะมีสาเหตุในการตัดสินใจทำแท้งที่แตกต่างกันไปตามบทบาท หรือภาระหน้าที่ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม อย่างเช่น ในวัยรุ่นที่ยังเรียนอยู่แน่นอนน้องๆทุกคนเข้าใจว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ แต่เนื่องจากฮอร์โมนในวัยนี้กำลังเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นการอยากรู้ อยากลองเรื่องเพศ การมีแฟน การมีเพศสัมพันธ์ เป็นเรื่องปกติธรรมชาติตามวัยของเขา แต่ด้วยวัฒนธรรมความเชื่อของสังคมที่มองว่าการกระทำ การสั่งสอน หรือการพูดคุยเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย ทำให้ผู้หญิงและผู้ชายในวัยนี้ขาดความรู้ในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง และปลอดภัยไม่ว่าจะด้วยการป้องกันการท้องไม่พร้อม หรือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เมื่อเกิดความพลาดท้องขึ้นมา ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำแท้ง เพื่อรักษาอนาคตทางการศึกษาของตัวเองไว้ เพราะถ้าไม่ทำแท้ง ก็ไม่สามารถอุ้มท้องไปเรียนได้ แม้ว่าโรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัยจะไม่ได้กฎข้อใดห้ามนักเรียน หรือ นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ไม่ให้ไปเรียน แต่ด้วยสภาพค่านิยมของสังคม หากอุ้มท้องไปเรียนก็จะตกเป็นที่นินทาจากคนรอบข้าง ทำให้เกิดความอับอาย ไม่มั่นใจและไม่สามารถเรียนได้อย่างมีความสุข การทำแท้งจึงเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้สามารถรักษาอนาคตทางด้านการศึกษาของตนเองไว้ได้

ในวัยถัดมานั่นก็คือวัยทำงาน วัยนี้ดูเหมือนจะมีความพร้อมในการเลี้ยงดู แต่จริงๆแล้วหลายคนไม่เป็นเช่นนั้นเลย ผู้หญิงบางคนขัดสนในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงิน บางคนยังไม่มีงานทำ หรือบางคนมีรายได้น้อย บางคนมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ ลำพังเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว หรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆที่มีในปัจจุบันก็หนักแล้ว การมีเด็กอีก 1 คนเข้ามาในชีวิตให้ต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้นคงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ หรือผู้หญิงบางคนอาจจะไม่ได้ขัดสนใจเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน แต่ไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงบุตร เช่น ยังไม่ได้ตั้งใจจะสร้างครอบครัว หรือบางอาชีพไม่ควรตั้งครรภ์เพราะการตั้งครรภ์ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก หรือแม้สาเหตุที่น่าลำบากใจที่สุดคือ ผู้หญิงบางคนกำลังเป็นโลกอีกใบของผู้ชายบางคน การทำแท้งคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

วัยสุดท้ายคือวัยกลางคนหรือวัยใกล้หมดประจำเดือน ผู้หญิงวัยนี้ก็ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ ไม่ใช่ว่าเห็นตัวเองอายุเยอะแล้วจะไม่ท้อง ตราบใดที่ประจำเดือนยังไม่หมด ก็สามารถท้องได้ตลอด แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น ความสมบูรณ์ของร่างกายก็น้อยลง ผู้หญิงในวัยนี้มักตัดสินใจทำแท้งด้วยเหตุผลที่ว่า อายุเยอะแล้ว บางคนมีลูกมาแล้ว บางคนมีลูกหลายคนแล้วด้วย และลูกๆก็โตกันหมดแล้ว ถ้าจะต้องมานั่งเลี้ยงลูกเล็กตอนอายุเยอะคงไม่สะดวก ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่าย ผู้หญิงหลายคนวัยนี้ก็ใกล้เกษียญแล้วเลี้ยวหลานอาจจะเหมาะกว่า และด้วยวัยที่มากขึ้นมีโอกาสสูงมากที่เด็กจะเกิดมาไม่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญา ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหลักที่ผู้หญิงวัยนี้เลือกที่จะทำแท้งเช่นเดียวกัน

        จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจทำแท้งมักมีเหตุผลส่วนตัวที่สำคัญทั้งนั้นไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง หรือ เพื่อลูกในท้องก็ตาม พออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงตั้งคำถามว่าทำไมไม่ป้องกันแต่แรก เชื่อหรือไม่!!! ว่ามีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ป้องกันแล้วแต่ก็ยังพลาดได้

หากคุณคือหนึ่งในผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อม สามารถปรึกษาและหาทางออกรวมกันได้ พูดคุยกับเราได้ที่

เพิ่มเพื่อน